Article010

ตัดตกคืออะไร?

นั้นสิ! ตัดตกคืออะไร แล้วทำไมต้องมีตัดตก สำคัญไฉนกับงานพิมพ์

 

หลายคนคงเคยส่งไฟล์งานไปให้โรงพิมพ์ แล้วจะถูกถามมาว่า “ได้ทำแบบตัดตกมาด้วยไหม”ต้องทำความเข้าใจในกระบวนการของการพิมพ์ก่อนว่า โรงพิมพ์เวลาพิมพ์งานออกมาจะไม่ได้เป็นขนาดสำเร็จรูป จะต้องมีระยะขอบกระดาษไว้ให้เครื่องพิมพ์จับกระดาษเวลาทำงาน ก่อนส่งงานลูกค้าจะตัดขอบส่วนนี้ทิ้งไป

 

ตัดตก คือ

การตั้งระยะเผื่อพื้นที่ของงานในส่วนที่เป็นพื้นหลังหรือแบ็คกราวน์ ให้กว้างกว่าขนาดของงานจริงออกไป ซึ่งส่วนใหญ่ที่นิยมกันจะตั้งระยะเผื่อไว้ประมาณ 3 มิลลิเมตร จะให้สีและลวดลายของส่วนที่ตั้งระยะเผื่อเป็นสีและลวดลายเดียวกันกับพื้นหลัง ระยะตัดตกจะป้องกันให้งานพิมพ์ไม่มีขอบสีขาว

 

ทำไมต้องมีการตั้งระยะตัดตก

ไม่ว่าจะพิมพ์ด้วยระบบดิจิตอลหรืออ๊อฟเซ็ต หรือจะเป็นเครื่องจักรที่ล้ำสมัยแค่ไหน จะต้องมีการตั้งระยะตัดตกไว้ด้วย เพราะการตั้งระยะเผื่อพื้นที่ของชิ้นงานไว้เพื่อรองรับสำหรับการถูกตัดชิ้นงาน การเยื้องของวัสดุเวลาที่ใช้เครื่องจักร ถ้าไม่ตั้งระยะตัดตกมาให้ ชิ้นงานอาจจะมีขอบขาวเหลื่อมออกมา ทำให้ชิ้นงานออกมาไม่สวยงามนัก การทำงานของเครื่องจักรไม่สามารถพิมพ์หรือตัดชิ้นงานให้ตรงได้ 100% เท่ากันทุกชิ้นงาน นี่คือสาเหตุที่ทำไมจะต้องมีระยะตัดตก

 

ตัดตกสำคัญไฉนกับงานพิมพ์

การตั้งระยะตัดตกมีความสำคัญกับงานพิมพ์ประเภทไหนบ้าง?  ตอบได้เลยว่ามีความสำคัญกับงานพิมพ์ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์ด้วยระบบออฟเซ็ตหรือระบดิจิตอลก็ตาม

การตั้งระยะตัดตกจะมีผลอย่างไรบ้าง? สำหรับงานพิมพ์หนังสือ จะไม่พิมพ์ทีละหน้าเหมือนเครื่องปริ้นเตอร์ทั่วไป จะพิมพ์เป็นยกแล้วก็นำแต่ละยกมาพับเพื่อรอการเข้าเล่มอีกที เมื่อมีการเข้าเล่มแล้วก็จะต้องมีการตัดเจียนรูปเล่มรอบด้าน เพราะการพิมพ์จะพิมพ์เป็นยกแล้วก็พับมาวางทับซ้อนกัน หากไม่มีการตัดทั้งสามด้าน ก็จะไม่สามารถเปิดหนังสือได้ ระยะตัดตกที่ทำเผื่อมานั้นจะทำให้งานออกมาสมบูรณ์ ไม่มีขอบขาวเหลื่อมออกมา เพื่อให้งานเรียบร้อยสวยงาม

 

จะเห็นได้ว่าการตั้งระยะตัดตกนั้น มีความสำคัญสำหรับทุกงานพิมพ์ ดังนั้นก่อนที่จะส่งไฟล์งานให้โรงพิมพ์ควรตั้งระยะตัดตกให้เรียบร้อยก่อน เพื่อให้งานออกมาสวยงาม ที่สำคัญอยากจะแนะนำการออกแบบไว้สักนิดหนึ่งว่า อย่าวางเนื้อหาสำคัญของหนังสือไว้ชิดขอบกระดาษมากเกินไป เพราะมีโอกาสที่จะตัดถูกเนื้อหาส่วนนั้นได้